ข่าวประจำวันที่ 8 ธันวาคม 2560

“นายกฯ ตู่” หยอดหวานรักคนใต้! หลังนำคณะลงพื้นที่ดูปัญหาน้ำท่วมเมืองตรัง
 
จำนวนผู้อ่าน 325 คน

คลิกเพื่อชมภาพใหญ่








กลับสู่หน้าหลัก

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและคณะ ลงดูปัญหาน้ำท่วมที่ จ.ตรัง พบมีปัญหาหลายอย่าง โดยเฉพาะโครงการต่างๆ ที่ไม่ค่อยคืบหน้า เผยจะเร่งดำเนินการให้โดยเร็ว ขอให้ประชาชนอดทนและใจเย็นๆ พร้อมหยอดคำหวาน “รักคนใต้”

วันนี้ (8 ธ.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่บริเวณสะพานคลองช้าง ซึ่งตั้งอยู่ข้างโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยตรัง ต.บางรัก อ.เมืองตรัง โดยเป็นคลองที่ใช้ระบายน้ำจากฝั่ง อ.เมืองตรัง ลอดใต้สะพานถนนตรัง-สิเกา เพื่อออกไปยัง อ.กันตัง ก่อนลงสู่แม่น้ำตรัง และทะเลอันดามัน แต่ผลจากการที่พนังกั้นแม่น้ำตรังพังลงมา 2 จุด ทั้งใน ต.บางรัก และ ต.หนองตรุด ทำให้มวลน้ำไหลหลากสู่บ้านเรือน และพื้นที่การเกษตร ก่อนมารวมที่คลองช้าง ซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะขนาดใหญ่ ประกอบกับปริมาณน้ำฝนที่มีจำนวนมาก จึงทำให้เกิดการท่วมขัง และระบายออกไปยัง อ.กันตัง ได้ค่อนข้างล่าช้า

โดยก่อนหน้านี้ กรมชลประทานก็ได้หาทางแก้ปัญหาน้ำท่วมขังในจุดดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นทุกครั้งที่มีปัญหาน้ำท่วม หรือพนังกั้นแม่น้ำตรังพัง ด้วยการจัดทำโครงการขุดลอกแม่น้ำตรัง ที่มีระยะทางยาว 7.55 กิโลเมตร และกว้าง 102 เมตร ด้วยงบประมาณ 601 ล้านบาท ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 และจะสิ้นสุดการก่อสร้างในวันที่ 16 สิงหาคม 2561 เพื่อหวังช่วยระบายน้ำในคลองช้างให้เกิดความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น แต่ปรากฏว่าผ่านพ้นไปเกือบ 2 ปีแล้ว โครงการนี้กลับไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องความไม่ชอบมาพากลหลายอย่างของการก่อสร้าง

นอกจากนั้น ชาวบ้านในพื้นที่ก็ยังเคยรวมตัวประท้วง อันเนื่องมาจากปัญหาของโครงการ เช่น มีการสูบน้ำทิ้งลงในสวนยาง และสวนปาล์ม ทำให้มีน้ำท่วมสูง 10-20 ซม. จนกระทบต่อการประกอบอาชีพ หรือมีปัญหาในการจ่ายเงินค่าเวนคืนที่ดิน อีกทั้งการก่อสร้างก็ยังเป็นไปอย่างล่าช้า ซึ่งชาวบ้านบอกว่า หากในช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา โครงการนี้ได้เดินหน้าไปตามแผนที่วางไว้ ถึงแม้จะมีพนังกั้นแม่น้ำตรังพัง หรือมีน้ำฝนปริมาณมาก แต่ก็จะสามารถช่วยระบายน้ำออกไปจากพื้นที่ได้ในระดับหนึ่ง จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีและคณะ ตรวจสอบและเร่งก่อสร้างให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพราะเหลืออีกแค่ 8 เดือนก็จะหมดสัญญาแล้ว

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินทางต่อไปยังโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยตรัง ต.บางรัก อ.เมืองตรัง เพื่อมอบเงินเยียวยาให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ตรัง จำนวน 4 ราย ก่อนที่จะพบปะ และมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัย จำนวน 800 ราย หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะ ก็ได้เดินทางลงเรือไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยที่บ้านคลองช้าง ม.5 ต.บางรัก อ.เมืองตรัง จำนวน 4 ราย ที่วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร ต.ควนธานี อ.กันตัง จำนวน 500 ราย และที่โรงเรียนรัษฎา ต.คลองปาง อ.รัษฎา จำนวน 500 ราย ก่อนจะเดินไปยังท่าอากาศยานตรัง เพื่อกลับไปยังกรุงเทพฯ ในช่วงเย็นวันนี้

โดยนายกรัฐมนตรีได้พูดคุยกับผู้ประสบภัยน้ำท่วมชาว จ.ตรัง ว่า ทุกโครงการ และทุกนโยบายที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนอยู่ดีมีสุข แต่บางเรื่องต้องใช้เวลา โดยเฉพาะปัญหาภัยพิบัติธรรมชาติ ทุกประเทศทั่วโลกก็ต้องเผชิญเหมือนๆ กัน เพราะสภาพอากาศแวดล้อมที่เปลี่ยนไป โลกร้อนขึ้น ธรรมชาติถูกทำลาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลกระทบกับประชากรโลกทั้งสิ้น ดังนั้น การจะแก้ปัญหาภัยธรรมชาติต้องแก้ที่ตัวเอง คือไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และประชาชนทุกคนต้องช่วยกัน

ส่วนโครงการต่างๆ ซึ่งเป็นโครงการของรัฐที่จะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อน โดยเฉพาะน้ำท่วมซ้ำซากในหลายพื้นที่ ก็จะพยายามผลักดันให้เสร็จสมบูรณ์ให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะในปี 2561 พื้นที่ จ.ตรัง จะมีการมีการผลักดันฝาย พนัง หรืออ่างเก็บน้ำที่มีโครงการอยู่แล้ว ให้ดำเนินการเป็นรูปเป็นร่างขึ้น พร้อมขอให้ผู้ประสบภัยทุกคนอดทน เพราะรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ เห็นความทุกข์ยากของคนไทยทุกคนอยู่แล้ว

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวทิ้งท้ายว่า จริงๆ แล้วตนเองเป็นคนจริงใจ ปากกับใจตรงกัน และเป็นเรื่องปกติที่บางครั้งก็มีโมโหกันบ้าง เพราะเป็นคนธรรมดา พร้อมกล่าวขอโทษที่ใส่อารมณ์กับประชาชน เมื่อครั้งมาประชุม ครม.สัญจรที่ จ.สงขลา และบอกว่าไม่มีเจตนาจะหมิ่นน้ำใจคนใต้ตามที่สื่อเขียนไป ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรียังหยอดคำหวานทิ้งท้ายอีกว่า “ตนเองรักคนใต้ และอย่าโกรธตนเลยนะ” ซึ่งได้ทำให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมถูกใจ ก่อนตบมือเสียงดังลั่นเพื่อเป็นกำลังใจให้กับนายกรัฐมนตรี






All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com