ข่าวประจำวันที่ 29 สิงหาคม 2560

ชาวบ้านริมแม่น้ำตรังร่วมสืบสานทำน้ำตาลจากกว่า 4 ชั่วอายุคน
 
จำนวนผู้อ่าน 200 คน

คลิกเพื่อชมภาพใหญ่





กลับสู่หน้าหลัก

ชาวบ้านริมแม่น้ำตรัง สืบสานภูมิปัญญาพื้นบ้านกว่า 4 ชั่วอายุคน ด้วยการจัดทำหลักสูตรน้ำตาลจาก เพื่อสอนลูกหลาน พร้อมแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ จนเป็นที่นิยมอีกครั้ง

วานนี้ (28 ส.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ต้นจาก” เป็นพืชจำพวกปาล์ม โดยมีการจัดอยู่ที่ในวงศ์ย่อย Nypoideae ซึ่งเป็นปาล์มเพียงชนิดเดียวที่เป็นพืชในป่าชายเลน และมีลำต้นอยู่ใต้ดิน นับเป็นพืชเก่าแก่มากชนิดหนึ่งในภาคใต้ ตลอดแนวแม่น้ำตรังตอนปลาย ช่วงไหลออกสู่ทะเลอันดามัน จึงพบมากในบริเวณน้ำจืด และน้ำกร่อยที่มีน้ำเค็มขึ้นถึง มักจะขึ้นเป็นดงขนาดใหญ่ เรียกว่า ป่าจาก หรือดงจาก

ทั้งนี้ ต้นจากนับเป็นพืชที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เกือบทุกส่วน เช่น ยอดจาก ทางจาก หรือพงจาก ใบจาก ก้านจาก และสำคัญที่สุดก็คือ ผลจาก และงวงจาก ซึ่งสามารถนำมาแปรรูปได้มากมายหลายอย่าง โดยเฉพาะเป็นน้ำตาลจาก นับเป็นภูมิปัญญาเก่าแก่พื้นบ้านที่สืบทอดกันมายาวนานกว่า 4 ชั่วอายุคนแล้ว

นายสมบูรณ์ ผลิผล อายุ 68 ปี เป็นหนึ่งในชาวบ้านโต๊ะเมือง ต.บางหมาก อ.กันตัง ที่ได้เรียนรู้การทำน้ำตาลจาก มาจากคุณปู่ และคุณพ่อ โดยจะใช้มีดที่มีความคมตัดที่งวงจาก ก่อนทิ้งให้น้ำตาลจากไหลลงสู่กระบอกไม้ไผ่จนเต็มเป็นเวลา 1 คืน โดยน้ำตาลจากสดๆ เมื่อนำไปต้มแล้วจะขายได้ทันทีในราคาถุง หรือขวดละ 10 บาท ส่วนที่เหลือสามารถนำไปเคี่ยวเป็นน้ำตาลจาก ขายขวดละ 40-80 บาท เพื่อใช้แทนน้ำตาลทรายปรุงอาหารคาวหวานอย่างเอร็ดอร่อยได้สารพัด หรือนำไปดองในไหเพื่อแปรรูปเป็นน้ำส้มจาก ขายขวดละ 50-70 บาท เพื่อใช้แทนน้ำส้มที่ทำจากมะนาว ส่วนผลอ่อนของจากที่ตัดลงมาก็สามารถนำมาลอยแก้วได้รสชาติที่หอมหวาน ซึ่งปัจจุบันได้มีการสร้างเพิงเล็กๆ เพื่อนำสินค้าเหล่านี้มาวางขายริมถนนสายตรัง-กันตัง ด้วย

เมื่อครั้งอดีตครัวเรือนส่วนใหญ่ริมแม่น้ำตรัง มักจะทำน้ำตาลจาก เพื่อนำมาใช้บริโภคแทนน้ำตาลทราย แต่ นายสมบูรณ์ เกรงว่า การทำน้ำตาลจากจะสูญหายไป เพราะเด็กยุคใหม่ไม่สนใจอีกแล้ว จึงได้ไปปรึกษากับ กศน.อำเภอกันตัง เพื่อหาแนวทางอนุรักษ์ และสืบทอด จนเป็นที่มาของการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นเรื่องการทำน้ำตาลจาก จำนวน 40 ชั่วโมง และมีการรวมกลุ่มชาวบ้านผู้ประกอบอาชีพต้นจาก กว่า 30 คน เพื่อมาเรียนรู้การทำน้ำตาลจากจนสำเร็จ สามารถสร้างเป็นสินค้าของชุมชนได้หลายอย่าง ซึ่งเป็นที่ต้องการของลูกค้าเป็นจำนวนมากจนผลิตแทบไม่ทัน ขณะเดียวกัน สำนักงานพัฒนาชุมชนยังเข้ามาต่อยอดด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เข้าสู่มาตรฐานสินค้าชุมชน (OTOP) เพื่อให้ผู้คนสามารถพึ่งตนเองได้อย่างพอเพียง และยั่งยืน






All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com