ข่าวประจำวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555

เลี้ยงด้วงสาคู อาชีพที่น่าสนใจของเกษตรกร
 
จำนวนผู้อ่าน 2883 คน

คลิกเพื่อชมภาพใหญ่










กลับสู่หน้าหลัก

"ด้วงสาคู" เป็นอาหารพื้นบ้านชนิดหนึ่งที่นิยมบริโภคกันทั่วไป ทั้งในกลุ่มชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวภาคใต้ มักจะนำมาปรุงอาหาร ด้วยการทอด หรือผัด เนื่องจากมีรสชาดอร่อย หอมหวานมัน แถมยังมีโปรตีนสูงด้วย

สำหรับการได้มาซึ่งด้วงชนิดนี้นั้น มีทั้งหาจากป่าสาคู หรือป่ามะพร้าว ตามธรรมชาติ และการเลี้ยง โดยการนำท่อนสาคู หรือท่อนลาน มาวางไว้ เพื่อให้พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ มากิน ผสมพันธุ์และวางไข่ แล้วค่อยเก็บมาบริโภคเมื่อมีขนาดโตเต็มวัยแล้ว

ปัจจุบัน "ด้วงสาคู" เป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น จนผลิตไม่ทัน เนื่องจาก ราคาดี เลี้ยงง่าย ใช้ระยะเวลาสั้น จึงมีผู้สนใจหันมาเลี้ยงกันมากขึ้น ปัจจุบันยังได้มีการพัฒนาไปเลี้ยงในกะละมัง เนื่องจากสามารถควบคุมผลผลิต ทั้งในแง่ปริมาณและระยะเวลาได้

"นางราชาวดี เพชรรัตน์" วัย 32 ปี ชาวจังหวัดตรัง เป็นผู้หนึ่งที่มองเห็นโอกาสและช่องทางจากธุรกิจการเลี้ยง "ด้วงสาคู" จึงตัดสินใจเช่าบ้านชั้นเดียว ในพื้นที่บริเวณหมู่ที่ 7 บ้านท่าปาบ ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองตรัง เพื่อเป็นโรงเรือนเลี้ยงเจ้าสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ชนิดนี้

แม้ว่าเธอจะจบการศึกษาถึงระดับปริญญาตรี และก่อนหน้านี้จะทำงานด้านสื่อสารมวลชน ก่อนที่จะพลิกผันมาทำอาชีพจำหน่ายและให้เช่าพัดลมไอน้ำ ในพื้นที่จังหวัดตรังและภาคใต้ กระทั่งเมื่อเห็นว่าธุรกิจเริ่มอยู่ตัวและสามารถเดินได้เองแล้ว จึงคิดว่าน่าจะหาอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว

ทั้งนี้ จากการศึกษาและพูดคุยกับหลายๆ คน พบว่า การเลี้ยง "ด้วงสาคู" ในกะละมัง เป็นอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจ ไม่ซับซ้อน ลงทุนน้อย เลี้ยงง่าย ได้ผลผลิตเร็ว และที่สำคัญตลาดยังมีความต้องการสูง ขณะที่ผลผลิตมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ ตนจึงตัดสินใจลงมือทำแบบลองผิดลองถูกไปตามสภาพ

เธอเล่าว่า การเลี้ยงเจ้าสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ชนิดนี้ ยังไม่มีความรู้ทางวิชาการ หรือตำราการเลี้ยงโดยเฉพาะ ดังนั้น เกษตรกรจะต้องรู้จักศึกษา สังเกตุ และใช้ประสบการณ์เข้าช่วย อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านพ้นมาได้ 1 ปี จากที่เลี้ยงแค่ 50 กะละมัง ก็ขยายเป็น 600 กะละมัง และมีเป้าหมายที่จะทำให้ได้ 1,000 กะละมัง

โรงเรือนที่เหมาะต่อการเลี้ยง "ด้วงสาคู" นั้น ควรเป็นที่โปร่ง ไม่มีแดด อากาศไหลเวียนดี และไม่มีน้ำท่วม โดยเลือกต้นสาคูที่ใกล้ตาย หรือที่เรียกว่า "เขากวาง" ก่อนนำไปบด และแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 3 วัน แล้วนำมาใส่ในกะละมัง แล้วนำพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ หรือที่เรียกว่า "ตัวหวัง" ใส่ลงไปประมาณ 20 ตัว

หลังจากปิดฝาในกะลามังไว้อย่างมิดชิด แล้วทิ้งไว้ประมาณ 30 วัน เพื่อให้พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ผสมพันธุ์และวางไข่ ไม่นานตัวอ่อนก็จะกลายเป็นตัวด้วงที่โตเต็มวัย จนสามารถนำมาบริโภค หรือจำหน่ายได้ ซึ่งโดยปกติใน 1 กะละมัง จะได้ "ด้วงสาคู" ครั้งละ 1-2 กิโลกรัม หรือประมาณ 200-210 ตัว

เนื่องจากเจ้าสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ชนิดนี้ ชอบอากาศเย็นชื้น และเพื่อต้องการให้มีสภาพแวดล้อมเหมือนดั่งธรรมชาติมากที่สุด เธอจึงนำพัดลมไอน้ำที่ซื้อมาไว้จำหน่ายอยู่แล้ว ไปติดตั้งภายในโรงเรือน แล้วเปิดครั้งละ 10-15 นาที ทุกๆ 2 ชั่วโมง ซึ่งปรากฎว่า ทำให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างดียิ่ง

สำหรับการตลาดนั้น เธอเล่าว่า ระยะแรกจะขายในตลาดแถวบ้าน แต่เมื่อเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น ก็มีลูกค้าจากจังหวัดต่างๆ ทั้งในภาคใต้ และกรุงเทพฯ สั่งซื้อเข้ามา จนผลิตไม่ทันและไม่พอต่อความต้องการ แถมบางรายต้องสั่งจองล่วงหน้าเป็นเดือน โดยขายในกิโลกรัมละ 300-500 บาท ตามแต่ละพื้นที่ที่สั่งซื้อ

ผู้สนใจจะมาดูงาน หรือต้องการซื้อ "ด้วงสาคู" ติดต่อได้ที่ (081) 606-4513 หรือ (086) 470-4048

เมธี เมืองแก้ว/ เรื่อง
อำนาทร์ สุวรรณคีรี/ ภาพ






All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com